"Skills, Knowledge, Abilities, and Experiences

are only useful....

If you are at the right place "

"Try listening to music from the Thai Symphony Orchestra, you may like it"

Productivity VS Efficiency

Productivity vs Efficiency

ทำงานโรงงานมาจนหัวหงอก และก็ต้องอยู่กับงานเรื่องการปรับปรุง ปรับปรุง และก็ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และยิ่งๆ ขึ้นอยู่ตลอดเวลา เวลาเข้าประชุมก็มักได้ยินผู้บริหารพูดถึงคำว่า Productivity, Quality, Cost และบลาๆๆๆ จนเมื่อบางครั้งที่เราต้องทำรายงานหรือเขียนโครงการนำเสนอในที่ประชุมก็ต้องนำคำพวกนี้มาใช้เอง คำที่มักได้ยินกันจนชินหูแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเราเข้าใจความหมายของมันถูกต้องอย่างที่มันควรจะสื่อหรือไม่ บางครั้งเหมือนจะเข้าใจแต่พอใช้ไปใช้มากลับมานั่งคิดก็งงๆ เองเหมือนกัน เช่นคำว่า Productivity (ผลิตภาพ, ความสามารถในการผลิต) กับคำว่า Efficiency (ประสิทธิภาพ, ประสิทธิผล) ที่อยากเอามาเปรียบเทียบขยายความให้ฟัง คำสองคำนี้หากไปเปิดดูความหมายจากดิกชันนารีอังกฤษ-ไทย ก็ได้ความความสั้นๆ เหมือนไม่เห็นจะมีปัญหาใด แต่หากไปเปิดดูคำอธิบายจากดิกชันนารีฉบับอังกฤษ-อังกฤษ ก็อาจจะได้คำอธิบายความหมายที่ยาวมากขึ้น แต่การที่จะเข้าใจความหมายของมันอย่างถ่องแท้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้นั้นได้เจอะเจอหรือต้องนำคำสองคำนี้ไปใช้ในงานจริงๆ ในแขนงต่างๆ มากน้อยแค่ไหนด้วย ในงานโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต คำสองคำนี้ถูกนำมาใช้เป็นตัววัดของการเพิ่มผลผลิตด้วยแนวคิดเรื่อง “ประสิทธิภาพ” และ “ประสิทธิผล” ซึ่งฟังแล้วมันคือเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ขออธิบายดังนี้ครับ คำว่า “Efficiency หรือ ประสิทธิผล” หมายถึง ระดับความสำเร็จของวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปจะใช้เพื่อพิจารณาผลิตผลซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบต่างๆ เช่นว่า ความสามารถในการสนองความต้องการของลูกค้า เช่น คุณภาพ, ประมาณ, ความสะอาด, ความสะดวกสบาย, มารยาทการให้บริการ, […]

Six-sigma: Activities that used to be popular in factories

Productivity vs Efficiency

เมื่อชาติที่แล้วสมัยที่ยังทำงานอยู่โรงงานอิเล็กโทรนิกส์แห่งหนึ่ง ตำแหน่งตอนนั้นน่าจะเรียกว่า “จับฉ่ายเอ็นจิเนียร์” คือทำตั้งแต่ส้วม, กองขยะ ยันหลังคาโรงงาน ทำจริงๆนะครับ เช่นวันไหนฝนตก ก็ต้องรีบเข้าโรงงานแต่เช้าเพื่อไปเดินสำรวจว่าหลังคาโรงงานมีรอยรั่วและน้ำหยดตรงไหนเพื่อนำข้อมูลไปรายงาน EVP (คงเพื่อให้ทำใจว่าจะต้องเสียเงินซ่อมใหญ่เมื่อไหร่มั๊ง5+) หรืองานเครียร์กองขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำไปทิ้งตากแดดตากฝนมากว่าสิบปีสูงเป็นภูเขาและฉ่ำเน่าไปด้วยน้ำสนิม จนถึงวันหนึ่งที่เกิดปัญหาทำให้ไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศได้ เพราะมีปัญหากับทาง BOI เนื่องจากโควต้าวัตถุดิบเหลือเป็นศูนย์ (เพราะไม่เคยทำรายงานตัดสต๊อกวัตถุดิบที่สูญเสียจากการผลิต) ผมเลยต้องไปนั่งใส่งอบ(หมวก) กลางแดดเพื่อคุ้ยขัดแยกขยะพวกนั้น (ทำกับคนงานที่จ้างมาชั่วคราว) ที่หน้าที่นี้ต้องเป็นผมเพราะผมเป็นคนเดียวที่อยู่กับโรงงานมาตั้งแต่รุ่นตอกเสาเข็ม จึงเป็นคนเดียวที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าแผงวงจรแต่ละแผ่นนั้นๆ เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นอะไร และอยู่ในโครงการที่ได้รับบัตรส่งเสริมใดของ BOI (สำนักงานส่งเสริมการลงทุน) สรุปคืองานหลักๆ ของผมเป็นงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับกิจกรรมพิเศษๆ ของโรงงาน ตอนนั้นเขาตั้งชื่อตำแหน่งให้อย่างโก้หรูว่า “Innovation Team Leader” (ภูมิใจจนน้ำตาแทบไหล55+) บางกิจกรรมก็สนุกสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างได้ทั้งคำด่าและคำชม5+ แต่ที่ดูๆ จะไม่สนุกอย่างมากก็พวกกิจกรรมที่ต้องเป็นผู้ประสานงานไล่พนักงานออก ไม่ใช่ไล่ออกซิต้องเรียกว่าเลิกจ้างด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย (จริงๆ มันน่าจะเป็นงานของฝ่ายบุคคลมากกว่านะครับ) กิจกรรมแบบนี้ดูไปก็เหมือนคำพังเพยที่ว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” ที่ผมคิดแบบนี้ก็เพราะว่าพนักงานหลายๆ คนตอนที่เขายังหนุ่มสาวเข้ามาเป็นแรงงานแข็งขันให้กับโรงงานเราก็ดูแลเขาดี แต่เมื่อยามที่เขาอ่อนล้าโรยแรงด้วยอายุหรืออะไรก็แล้วแต่ โรงงานก็ขับใสไล่ส่งเขากลับบ้านไป แต่ก็อย่างว่าแหละนะครับตอนนั้นผมมองในมุมมองของลูกจ้าง แต่หากเราเป็นนายจ้าง ต่างฝ่ายก็มีเหตุผลของใครของมันที่เข้าใจได้ พร่ำมายืดยาวแล้วมันเกี่ยวกับเรื่อง Six-Sigma ตรงไหน? มันเกี่ยวตรงที่ว่าผมเป็นหัวหน้างานกิจกรรมเกือบทุกอย่างโรงงานที่เกี่ยวกับการ Improvement […]

Get in Touch !